การอ่านใบเซอร์ หรือ ใบรับรองเพชร How to read diamond

การอ่านใบเซอร์เพชร หรือ ใบรับรองเพชร
(How to read diamond certificate)


การอ่านใบเซอร์เพชร หรือ ใบรับรองเพชร DIAMOND CERTIFICATE เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการซื้อขายเพชรในยุคปัจจุบัน เนื่องจากว่า Certificate จะทำหน้าที่ระบุรายละเอียดของเพชรแต่ละเม็ดอย่างละเอียด โดยตัวอย่างด้านล่างเป็นวิธีการอ่าน Certificate เพชรที่รับรองโดยสถาบัน GIA 


ส่วนแรกของใบรับรองจะแสดงถึง

– รูปแบบของใบรับรอง 
– วันที่ที่ออกใบรับรอง
– เลขที่ใบรับรอง
– รูปทรงของเพชร
– ขนาดของเพชร

หมายเลข 1:
แสดงถึงรูปแบบของใบรับรองโดยในรูปตัวอย่างเป็นใบรับรองแบบย่อหรือที่เรียกว่าGIA DIAMOND DOSSIER(ใบรับรองแบบย่อ)ซึ่งโดยปกติแล้วGIAจะจัดรูปแบบใบรับรองไว้อยู่2แบบก็คือ
-GIA DIAMOND DOSSIER(ใบรับรองแบบย่อ):สำหรับเพชรที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 1 กะรัต
-DIAMOND GRADING REPORT(ใบรับรองแบบเต็ม):สำหรับเพชรที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 กะรัต

หมายเลข 2:
แสดงถึงวันที่ของการออกใบรับรองโดยในตัวอย่างจะเป็นวันที่ 15สิงหาคม2551

หมายเลข 3:
แสดงถึงรหัสของใบรับรองเพชรโดยจะต้องมีการสลักรหัสนี้ไว้ที่ขอบของเพชร(Girdle)โดยที่ขอบเพชรของใบรับรองตัวอย่างจะต้องมีข้อความ GIA7102025278 เมื่อส่องกล้องดู (Gemologist:หากไม่มีการLaserที่ขอบเพชรจะไม่มีข้อความในบรรทัดนี้ให้ข้ามไปที่หมายเลข4)

หมายเลข 4: 
เป็นรูปทรงของเพชรและรูปแบบการเจียรนัยโดยในตัวอย่างเป็นเพชรทรงกลมเหลี่ยมเกสร

หมายเลข 5: 
เป็นขนาดของเพชรโดยสองตัวหน้า(4.78-4.81)เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของเพชรและตัวเลขตัวสุดท้าย(2.97)เป็นความลึกของเพชรเม็ดนั้นๆโดยมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร

ส่วนที่ 2 จะแสดงรายละเอียด 4Cs ของเพชร

– น้ำหนักเพชร
– สีของเพชร
– ความสะอาดของเพชร
– คุณภาพการเจียรนัย

หมายเลข 6: 
Carat Weight เป็นตัวระบุถึงน้ำหนักของเพชรโดยมีหน่วยที่ใช้คือ”กะรัต”โดยในรูปตัวอย่างเพชรหนัก 0.41กะรัต(1กะรัตเท่ากับ0.2กรัม)

หมายเลข 7: 
Color Grade ระบุถึงสีของเพชร(หรือบางคนอาจเรียกว่าน้ำ)โดยเริ่มจาก D color(น้ำ 100)ซึ่งในรูปตัวอย่างเป็น F color(น้ำ 98)

หมายเลข 8: 
Clarity Grade คือค่าวัดความใสของเพชรระบุถึงการมองเห็นสิ่งเจือปนในเพชรโดยเริ่มจาก FL/IF,VVS1-2,VS1-2ไปจนถึงI3โดยในรูปเป็นVS1(very slightly included-1)หรือมีสิ่งเจือปนน้อยมาก

หมายเลข 9:
Cut Grade ระบุถึงการประเมินคุณภาพการเจียรนัยโดยเริ่มจาก Excellent,Very Good,Good FairและPoorโดยในรูปเป็นExcellent(ดีเลิศ)

ส่วนที่ 3 แสดงถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของการประเมินคุณภาพเพชรได้แก่

– ลักษณะสิ่งเจือปน
– การขัดแต่ง
– ความสมมาตร
– การเรืองแสง
– ข้อความเพิ่มเติมอื่นๆ

หมายเลข 10: 
Clarity Characteristics ระบุถึงลักษณะของสิ่งเจือปนทั้งภายนอกและภายในโดยในรูปเป็นFeather(เหมือนขนนก)

หมายเลข 11: 
Polish ระบุถึงการขัดแต่งขั้นสุดท้ายหลังเจียรนัยเสร็จโดยเริ่มจากExcellent(ดีเลิศ)Very Good(ดีมาก)Good(ดี)Fair(พอใช้)และPoor(ไม่ดี)

หมายเลข 12:
Symmetry ระบุถึงความสมมาตรของการเจียรนัยซึ่งความผิดปกติของการเจียรนัยจะทำให้ความไม่สมมาตรและมีผลต่อการสะท้อนของแสงได้โดยการประเมินมีอยู่ 4 ระดับคือExcellent(ดีเลิศ),Very Good(ดีมาก),Good(ดี),Fair(พอใช้)และPoor(ไม่ดี)

หมายเลข 13:
Fluorescence ระบุถึงการเรืองแสงของเพชรซึ่งการเรืองแสงนี้สามารถทดสอบโดยการนำเพชรไปอยู่ภายให้หลอด Blacklight(แสงเหนือม่วง)โดยเพชรที่ผ่านการประเมินจาก GIA ทั้งหมดมีเพียง 25 ถึง 30 เปอร์เซนต์ทีมีการเรืองแสงโดยการเรืองแสงของเพชรอาจทำให้เพชรดูมีสีขาวขึ้นกว่าเพชรที่ไม่มี่การเรืองแสงและการเรืองแสงที่พบส่วนมากจะเป็นสีฟ้าส่วนที่เคยพบก็จะมีสีส้ม สีเขียว สีเหลือง สีขาว

หมายเลข 14:
Additional Inscription ระบุถึงข้อความเพิ่มเติมในขอบเพชร(Girdle)โดยอาจเป็นข้อความที่มีอยู่แล้ว หรือข้อความที่ให้สลักเพิ่มโดยในรูปตัวอย่างจะเป็นข้อความ IGIM1G25504(เป็นเพชรที่ได้รับการประเมินจากสถาบันIGIมาก่อน)ซึ่งในบางกรณีอาจมีการสลัก H&A เพื่อแสดงว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรheart and arrow

(Gemologist: การสลักด้วยเลเซอร์ข้างขอบเพชรเป็นคำสั่งพิเศษที่โรงงานหรือบริษัทที่ส่งเพชรเม็ดนั้นๆไปประเมินคุณภาพ ขอให้ทางห้องปฏิบัติการสลักให้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่สำหรับตัวอย่างเพชรเม็ดไหนที่ได้รับการสลักข้อความมาก่อนแล้วทางห้องปฏิบัติการของ GIA จะเพิ่มข้อความว่ามีหมายเลขดังกล่าวที่ขอบเพชร)


visit our Facebook page: https://www.facebook.com/pvljewerly/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

one × 5 =