การเจียระไนเพชร – diamond cutting

                              ขั้นตอนการเจียระไนเพชร

                 ขั้นตอนการเจียระไนเพชร

     ขั้นตอนการเจียระไนเพชร

                                            Diamond cutting

                          Diamond cutting

                                                Diamond cutting

    เพชรนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแร่ธาติที่มีแข็งที่สุดโลก ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถใช้ในการเจียระไน(ตกแต่งเหลี่ยมเพชร)หรือตัดเพชรก็ย้อมต้องเป็นเพชรเท่านั้นเลอเซอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้กันแต่จะนิยมใช้ในการฝ่าเพชรเท่านั้น เมื่อได้เพชรก้อนมาแล้วช่างเจียรไนจะต้องอาศัยประสบการณ์ในการวิเคราะเพชรดิบก่อนจะทำการผ่าเพราะการที่จะผ่าเพชรหรือเจียรไนเพชรนั้นจะต้องเพื่อเก็บน้ำหนักเพชรไว้ให้ได้มากที่สุดมีประกายแวววาวมากที่สุด และ มีรอยตำหนิน้อยที่สุด

  เพชรนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแร่ธาติที่มีแข็ง
ที่สุดในโลก ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถใช้ในการเจียระไน
ตกแต่งเหลี่ยมเพชร)หรือตัดเพชรก็ย้อมต้องเป็นเพชรเท่านั้นเลอเซอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้กันแต่
จะนิยมใช้ในการฝ่าเพชรเท่านั้น เมื่อได้เพชรก้อนมาแล้วช่างเจียรไนจะต้องอาศัยประสบการณ์ในการวิเคราะห์เพชรดิบก่อนจะทำการผ่าเพราะการที่จะผ่าเพชร
หรือเจียรไนเพชรนั้นจะต้องเพื่อเก็บน้ำหนักเพชรไว้
ให้ได้มากที่สุดมีประกายแวววาวมากที่สุด และ มีรอยตำหนิน้อยที่สุด

    เพชรนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแร่ธาติที่มีแข็งที่สุดโลก ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถใช้ในการเจียระไน(ตกแต่งเหลี่ยมเพชร)หรือตัดเพชรก็ย้อมต้องเป็นเพชรเท่านั้นเลอเซอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้กันแต่จะนิยมใช้ในการฝ่าเพชรเท่านั้น เมื่อได้เพชรก้อนมาแล้วช่างเจียรไนจะต้องอาศัยประสบการณ์ในการวิเคราะเพชรดิบก่อนจะทำการผ่าเพราะการที่จะผ่าเพชรหรือเจียรไนเพชรนั้นจะต้องเพื่อเก็บน้ำหนักเพชรไว้ให้ได้มากที่สุดมีประกายแวววาวมากที่สุด และ มีรอยตำหนิน้อยที่สุด

  • ขั้นตอนแรกคือการเลื่อยหรือการตัดเพชรก้อนดิบ เพื่อให้อยู่ในขนาดและรูปร่างที่ต้องการ เพชรสามารถถูกทำให้แตกหรือถูกตัดได้ตามแนวโครงสร้างผลึกของมันแต่ถ้าจำเป็นต้องตัดเพชรในแนวตัดกับโครงสร้าง(ขวางแนวโครงสร้างผลึก)จะต้องใช้วิธีเลื่อยออกโดย เครื่องเลื่อยเพชรจะถูกตรึงไว้กับ “dop” แล้วใช้ใบมีดหมุนเลื่อยตามเส้นที่ทำเครื่องหมายไว้คมตัดของใบมีดนี้จะฉาบไว้ด้วยผงเพชรการเลื่อยต้องกระทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เพชรแตกเฉพาะการเลื่อยนั้นจะกินเวลาเป็นชั่วโมงๆ สำหรับเพชรเม็ดเล็กและเป็นวันๆสำหรับเพชรเม็ดใหญ่
  • ต่อมาก็จะเป็นขั้นตอนการทำรูปร่างเพชรกระบวนการนี้กระทำได้โดยการหมุนเพชรอย่างเร็วแล้วเอาเพชรอีกเม็ดหนึ่งมาฝนเพื่อทำให้มีเส้นคาดขอบเพชรหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ริม” (Girdle) กระบวนการนี้ริมเพชรจะต้องถูกสร้างให้ได้สัดส่วน(ไม่หนาเกินไปซึ่งจะทำให้เสียน้ำหนักและไม่บางเกินไปซึ่งจะทำให้เพชรมีประกายน้อยลง)ในขณะที่เพชรก็จะต้องกลมด้วย
  • หลังจากเส้นคาดขอบเพชรถูกทำให้กลมแล้วเพชรจะถูกเจียระไนให้มี “เหลี่ยม” ในขั้นแรกตั้งด้านบนและด้านล่างของเส้นคาดขอบเพชรจะถูกเจียระไนให้มี 4 เหลี่ยมรวมทั้งหมดเป็น 8 เหลี่ยมหรือรูป 8 เหลี่ยมด้านเท่าเหลี่ยมเพชรเหล่านี้จะต้องทำมุมองศาให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้องกับเส้นคาดขอบเพชรเพื่อที่จะทำให้เพชรเม็ดนี้มีประกายมากที่สุด (เพชรก้อนดิบบางเม็ดมีรูปร่างแบบนี้อยู่แล้วตามธรรมชาติ) การเจียระไนเพชรให้เป็นเหลี่ยมทำได้โดยการฝนเพชรเข้ากับจานหมุนแบนๆจานนี้จะฉาบด้วยส่วนผสมของน้ำมันและ”ผงเพชร”ซึ่งมักแทรกลงไปในเนื้อเหล็กกล้าของจาน
  • หลังจากเจียระไนเพชร 8 เหลี่ยมแรกแล้วขอบของเหลี่ยมเหล่านี้จะถูกเจียระไนให้กลายเป็นเหลี่ยมย่อยรวมทั้งหมด 16 เหลี่ยมวิธีการนี้เรียกว่า “การทำให้เป็นเหลี่ยม” กระบวนการนี้ต้องดำเนินต่อไปด้วยความประณีตละเอียดลออยิ่งขึ้นเพราะเหลี่ยมของเพชรจะถูกเจียระไนย่อยละเอียดลงไปจนกระทั่งมี 58 เหลี่ยมในที่สุดซึ่งรวมทั้ง “หน้ากระดาน” ด้านบนสุดและ “ก้นเพชร” ซึ่งเป็นส่วนล่างสุดของเพชรด้วย

Marcel Tolkowsky

ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิธีการเจียระไนเพชรให้มีประกายแพรวพรายสูงสุด

     กระบวนการแบบนี้เรียกว่า “การเจียระไนเพชรเหลี่ยมเกสรรูปกลม” เป็นผู้กำหนดแบบวิธีการเจียระไนที่ดีเลิศสำหรับยุคนี้ซึ่งมีความสมบูรณ์แบบเชิงคณิตศาสตร์ไว้เมื่อคริสต์ศักราช 1919 ทุกวันนี้ ทฤษฏีของ Tolkowsky ส่วนใหญ่ยังคงเป็นที่ยอมรับในฐานะเป็นต้นแบบการเจียระไนเพชรและการเจียระไนตามแบบของเขาได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นโดยกำลังตลาด

 

Visit Our Facebook Page : https://www.facebook.com/pvljewerly/

Copyright © 2018. All rights reserved.